ฮิตสึกายะ โทชิโร่


ตัวละคร เทพมรณะ
ฮิตสึกายะ โทชิโร่
อาชีพ ยมทูต หัวหน้าหน่วยที่ 10
วันเกิด 20 ธันวาคม
ส่วนสูง 133 เซนติเมตร
น้ำหนัก 28 กิโลกรัม
ดาบฟันวิญญาณ เฮียวรินมารุ
พากย์เสียงโดย ปาค โรมิ

ฮิตสึกายะ โทชิโร่ (「日番谷 冬獅郎」 Hitsugaya Tōshirō?) ตัวละครจากเรื่องเทพมรณะ เป็นยมทูตหัวหน้าหน่วย 10 แห่ง 13 หน่วยพิทักษ์

เนื้อหา

ลักษณะ/อุปนิสัย

ฮิซึกายะเป็นหัวหน้าหน่วยที่รูปร่างเล็กที่สุดและน่าจะมีอายุน้อยที่สุดในบรรดา หัวหน้าหน่วยด้วย ฮิตสึกายะกังวลกับความสูงของตนเองมาก ฮิตสึกายะมีผมสีขาวราวกับหิมะ แววตาและสีหน้าคมเข้มแทบจะตลอดเวลา เป็นคนฉลาดและมีความสามารถมาก นิสัยออกจะเป็นผู้ใหญ่เกินตัว หยิ่งนิดๆ แต่มีความรับผิดชอบสูง เป็นเด็กอัจฉริยะ

ประวัติ

ฮิซึกายะเกิดในเมืองลูคอนตะวันตกเขต 1 (จุนรินอัน) และเป็นเพื่อนกับฮินาโมริ แม้จะเข้าโรงเรียนยมทูตทีหลัง แต่กลับรุดหน้าด้วยพลังกดดันวิญญาณสูงยิ่งยวด จึงแซงหน้าฮินาโมริ ขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยที่ 10 และนับเป็นหัวหน้าหน่วยที่อายุน้อยที่สุดภายในเรื่อง

  • วันเกิด / 20 ธันวาคม
  • สีผม / สีเงิน
  • สีตา / สีเขียว
  • ส่วนสูง / 133 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก / 28 กิโลกรัม
  • ดาบฟันวิญญาณ / เฮียวรินมารุ
  • คำปลดปล่อย / “จงสถิตเหนือฟ้าเหมันต์ เฮียวรินมารุ”
  • บังไค / ไดกุเร็นเฮียวรินมารุ
  • ความชอบส่วนตัว / นอนกลางวัน
  • ความถนัดส่วนตัว / ปั่นลูกข่าง
  • อาหารที่ชอบ / นัตโตะหวาน
  • อาหารที่ไม่ชอบ / ลูกพลับตากแห้ง
  • การพักผ่อนสบายๆในวันหยุด / ไปเยี่ยมท่านยายที่บ้านในเมืองลูคอนไปหาจิดันโบ

ความสามารถในการรบ

  • พลังโจมตี 100
  • พลังป้องกัน 95
  • การเคลื่อนไหว 100
  • วิถีมาร/แรงกดดันวิญญาณ 95
  • ภูมิปัญญา 100
  • พลังกาย 90

ความสามารถทุกอย่างอยู่ในระดับเหนือมาตรฐาน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบ จึงเป็นคนที่ขาดเสียไม่ได้ในภารกิจสำคัญๆ พลังค่อนข้างสมดุลดี แบบนี้ถ้าไม่มีคนเข้ามาสอดคงจะต่อสู้กับอิชิมารุได้อย่างสูสีแน่ อาจจะชนะเลย (ถ้าค่าพลังที่แสดงของอิชิมารุเป็นของจริงละก็นะ) และพลังของฮิตสึกายะ โทชิโร่ ตอนนี้เป็นพลังในตอนเด็กพลังยังน้อยอยู่ (เมื่อเทียบกับขีดจำกัดของตัวเอง) บังไคเลยมีข้อจำกัดและไม่สามารถควบคุมบังไคให้สมบูรณ์

บทบาท

ภาคโซลโซไซตี้

โทชิโร่ ได้ปรากฏตัวครั้งแรกในการประชุมหัวหน้าหน่วยและได้ยินไอเซ็นพูดกับอิชิมารุอย่างมีลับลมคมใน จึงได้ไปเตือนฮินาโมริว่าให้ระวังพวกหน่วย3ไว้ และได้ออกมาอีกครั้งในการเข้าไปหยุดการต่อสู้ของคิระกับฮินาโมริ และสั่งให้นำทั้งคู่ไปขังไว้ในคุกของหน่วย 10 แล้วไปปรากฏที่หน้าที่ทำการหน่วย 3 เพื่อจะมาฆ่าอิชิมารุแต่ก็โดนฮินาโมริหันคมดาบใส่ โทชิโร่ได้เห็นอิชิมารุมองตนที่กำลังต่อสู้แล้วยิ้ม โทชิโร่จึงได้เข้าต่อสู้กับหัวหน้าอิชิมารุ แต่ดาบของอิชิมารุได้พลั้งจะแทงฮินาโมริเข้า แต่โชคดีที่มัตสึโมโตะขวางไว้ทันจึงได้เดินทางไป 46 วังกลางเพื่อจะขัดขวางการประหาร แต่ก็พบ 46 วังกลางในสภาพที่เป็นซากศพ และได้เจอคิระจึงไล่ตามไปแต่พอรู้ว่าฮินาโมริกำลังตกอยู่ในอันตรายจึงได้สั่งให้ มัตสึโมโตะไล่ตามคิระต่อส่วนตนจะไปช่วยฮินาโมริ จึงได้พบกับ หัวหน้าหน่วย 5 ไอเซ็น โซสึเกะ ซึ่งไอเซ็นได้ทำร้ายฮินาโมริบาดเจ็บสาหัส ในเวลานั้นเอง โทชิโร่ จึงโกรธมาก เลยใช้ปลดปล่อยสวัสดิกะ แต่ก็ยังสู้ไม่ได้ และได้รับบาดเจ็บสาหัส

ภาคเบาท์

โทชิโร่ได้มาปรากฏตัวในภาคเบาท์ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นการสืบสวนความเป็นมาของเบาท์ หลังจากที่เบาท์บุกเข้าไปในโซลโซไซตี โทชิโร่ได้รับมอบหมายงานจาก ยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงคุนิ ให้เป็นผู้ดูแล ควบคุม และประสานงาน แต่เนื่องด้วยความยุ่งยากต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย ทำให้โทชิโร่ ทำงานพลาด ยามาโมโตะ เก็นริวไซ ไม่พอใจ

หลังจากนั้น โทชิโร่ได้สู้กับโคกะและดาร์ค โทชิโร่ใช้ท่าเฮียวรินมารุจัดการดาร์คได้ โดยโทชิโร่ได้ปลดปล่อยสวัสดีกะเพื่อสู้กับโคกะ ในที่สุดโทชิโร่ก็สามารถเอาชนะโคกะ โดยก่อนที่โคกะจะโดนเสาน้ำแข็งของโทชิโร่หล่นทับ โคกะพูดว่า:ฉันได้ไปโลกของฉันแล้วนะ โทชิโร่พูดว่า:ที่ไหนเหรอ โคกะพูดว่า:โลกที่ไม่มีสงครามน่ะ (สุดท้ายโคกะ ได้รับการช่วยเหลือจากโยรุอิจิ โดยการพาไปรักษาตัวกับ Ran Toa ยมทูตหญิงผู้ให้กับเนิดเบาท์)

ภาคอาร์รันคาร์

โทชิโร่ได้ถูกส่งมายังโลกมนุษย์พร้อมกับยมทูตอีก 5 คนที่ถูกส่งมาพร้อมๆกัน คือ"คุจิกิ ลูเคีย" "มาดาราเมะ อิกคาคุ" "อายาเซงาว่า ยูมิจิกะ" "มัตสึโมโตะ รันงิคุ" และ "อาบาราอิ เร็นจิ" โดยได้ต่อสู้กับ อาร์รันคาร์ no.11 เชาหลง จนเอาชนะมาได้ แต่ก็ถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส ตอนหลังโทชิโร่ก็ได้พบกับคาริน โทชิโร่ก็ได้เล่นบอลกับคาริน พอระหว่างเล่นก็มีฮอลโล่ว์ระดับมีนอสออกมา โทชิโร่ก็ปกป้องคาริน แล้วใช้ท่าเฮียวรินมารุจัดการกับเมนอสไปได้

ต่อมาโทชิโร่ได้เจอกับลูปี้ เอสปาด้าอันดับ6 และโดนโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส แต่ก็สามารถกลับมาเอาคืนและใช้ท่าสุดท้ายจัดการลูปี้จนแทบสิ้นชีพ แต่ลูปี้ก็ได้รับการช่วยเหลือจากเอสปาด้าอันดับ4 อุลคิโอล่า

ภาคไอเซ็นบุกโลกมนุษย์

โทชิโร่ได้ประมือกับเอสปาด้าหมายเลขสาม เทียร์. ฮาริเบล และได้ใช้ท่าเฮียวเท็น ฮะยะคาโซ ซึ่งเป็นความสามารถพื้นฐานอันรุนแรงที่สุดของเฮียวรินมารุออกมา

ดาบฟันวิญญาณ

ขั้นต้น (ชิไค)

  • ชื่อ : เฮียวรินมารุ (「氷輪丸」 Hyōrinmaru – วงแหวนน้ำแข็ง?) กาก
  • ท่วงทำนองวิญญาณ : "จงสถิตเหนือฟ้าเหมันต์" (「霜天に坐せ」 sōten ni zase?)
  • ความสามารถ : สร้างน้ำแข้งให้ออกมาในรูปมังกรควบคุมสภาพอากาศได้และใช้โซ่ที่ออกมาจากด้ามดาบในการช่วยตรึงศัตรู และกักขังศัตรู

ขั้นปลดปล่อยสวัสดิกะ (บังไค)

  • ชื่อ : "ไดกุเร็น เฮียวรินมารุ" (「大紅蓮氷輪丸」 Daiguren Hyōrinmaru – วงแหวนน้ำแข็งดอกบัวโลหิต?)
  • รูปแบบ : หลังจากใช้จะมีน้ำแข็งจำนวนหนึ่งห้อหุ้มแขนขวาของฮิตสึกายะไว้ และงอกออกไปเป็นปีก 1 คู่ ใช้ในการตั้งรับ และจะมีดอกไม้สี่แฉกออกมา โดยดอกไม้เหล่านี้จะเป็นบอกเวลาของการใช้ปลดปล่อยสวัสดิกะ เมื่อกลีบของดอกไม้หายไปทั้งหมดปลดปล่อยสวัสดิกะก็จะสลายไป
  • ความสามารถ : เมื่อฟันใส่ศัตรูน้ำแข็งจะเกาะที่ร่างของศัตรู และทำให้ทั้งร่างของคู่ต่อสู้เป็นน้ำแข็ง หรือจะปล่อยพลังออกมาในรูปมังกรน้ำแข็งเพื่อโจมตีระยะไกลก็ได้
  • รูปแบบที่ 2 : "เซ็นเน็นเฮียวโร" (「千年氷牢」 sennen hyōrō – คุกน้ำแข็งพันปี?)
  • ความสามารถ : สร้างเสาน้ำแข็งขนาดใหญ่ล้อมรอบและบีบอัดแช่แข็งศัตรูไว้
  • รูปแบบพิเศษ : "เฮียวเท็น ฮะยะคาโซ"(Hyoten Hyakaso)
  • ความสามารถ : เป็นท่าที่โทชิโร่เองยังไม่สามารถควบคุมได้ และไม่อยากจะใช้ในสภาพบังไคเพราะกลัวจะพลั้งมือฆ่าพวกพ้อง จะใช้เมื่อดอกไม้ที่หลังกลีบเดียว จะสร้างหิมะเมื่อเกาะติดกับศัตรูจะแช่แข็งศัตรู หลังจากกลีบดอกไม้ทั้งหนึ่งร้อยเบ่งบานคือวินาทีสุดท้ายของศัตรู

ลับสุดยอด

นัตโตะหวานเป็นของโปรดของยาย และตัวเองก็ทานมาตั้งแต่สมัยก่อน จนตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ และจะส่งมายังที่ทำการหน่วยเป็นประจำ และจิดันโบเองก็เป็นเพื่อน ลูกข่างนั้นเป็นของถนัดตั้งแต่เมื่อก่อน และภาคภูมิใจในความแข็งแกร่งในระดับไร้พ่ายในเมืองลูคอนเขต 1 (จุนรินอัน) ของตนมาก สาเหตุที่ตั้งใจทำงานนั้นเพราะทำเสร็จแล้วจะได้รีบๆไปนอน เพราะยายเคยพูดไว้ว่า “ยิ่งนอนก็ยิ่งโต” เป็นเด็กติดยาย อนึ่ง..ความลับสุดยอดยังไม่มีอะไรที่น่าตกอกตกใจเท่าคดีปลาหายที่บ้านคุจิกิ

gay





stock | retire | vm
Why are we here?
All text is available under the terms of the GNU Free Documentation License
This page is cache of Wikipedia. History